This post is also available in: อังกฤษ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

กลิ่นที่นิยม เช่น กลิ่นเบียร์, กลิ่นคอกเทล, กลิ่นวิสกี้, กลิ่นไวน์แดง, กลิ่นบรั่นดี, กลิ่นเหล้าจิน, กลิ่นไม้โอ๊ค

เครื่องดื่มอัดก๊าซ

กลิ่นโคล่า, กลิ่นครีมโซดา, กลิ่นเลมอน-ไลม์, กลิ่นรูทเบียร์

น้ำผลไม้

กลิ่นธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่นิยมตลอดกาล
กลิ่นตระกูลซิตัส: กลิ่นส้ม, กลิ่นส้มจีน (Tangerine), กลิ่นส้มญี่ปุ่น (Yuzu), กลิ่นมะนาว, กลิ่นเลมอน, กลิ่นส้มโอ, กลิ่นน้ำผึ้งผสมเลมอน
กลิ่นตระกูลเบอรี่: กลิ่นมิกซ์เบอรี่, กลิ่นสตอเบอรี่, กลิ่นบลูเบอรี่, กลิ่นราสเบอรี่
กลิ่นผลไม้: กลิ่นมะพร้าวอ่อน, กลิ่นมะม่วง, กลิ่นลิ้นจี่, กลิ่นลำไย, กลิ่นมะละกอ, กลิ่นสับปะรด, กลิ่นเสาวรส, กลิ่นฝรั่ง, กลิ่นสละ, กลิ่นแอปเปิ้ล, กลิ่นกีวี่ เป็นต้น

เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล

เป็นเครื่องดื่มที่มีความนิยมสูงขึ้นมากโดยเฉพาะบิวตี้ ดริ้งค์ กลิ่นผลไม้ที่เข้ากับเครื่องดื่มประเภทนี้ ได้แก่ กลิ่นองุ่น, กลิ่นทับทิม, กลิ่นมังคุด, กลิ่นเบอรี่
เครื่องดื่มสมุนไพร ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป ได้แก่ กลิ่นขิง, กลิ่นหล่อฮังก๊วย, กลิ่นเก๊กฮวย, กลิ่นน้ำเห็ด, กลิ่นดอกไม้ เช่น มะลิ, กุหลาบ, อัญชัน เป็นต้น

กลิ่นกาแฟ & กลิ่นชา

การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้บริโภคหันมารับปะทานกาแฟและชาเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคในไทยมักดื่มทั้งเครื่องแบบผสมน้ำแข็งและแบบแช่เย็นมากขึ้น
กลิ่นกาแฟ: กลิ่นลาเต้, กลิ่นมอคค่า, กลิ่นคาปูชิโน่, กลิ่นเอสเปรสโซ่, กลิ่นเฮเซลนัท เป็นต้น
กลิ่นชา: กลิ่นชาเขียว, กลิ่นชาเขียวใส่นม, กลิ่นชานม, กลิ่นชาเลมอน, กลิ่นชาผลไม้ เป้นต้น
กลิ่นเครื่องดื่มธัญพืช: ในกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุพบว่ามีการดื่มเครื่องดื่มธัญพืชเพิ่มมากขึ้น กลิ่นหลักๆที่นิยมคือ กลิ่นมอลต์, กลิ่นงาดำ, กลิ่นข้าวโพด, กลิ่นข้าวโอ๊ต, กลิ่นข้าวหอมมะลิ, กลิ่นข้าวไรซ์เบอรี่, กลิ่นข้าวหอมญี่ปุ่น, กลิ่นนมถั่วเหลือง เป็นต้น